ทัวร์แมวจร~Japan 8.07: เที่ยวเทศกาลธารน้ำแข็ง Drift Ice Festival ในเมือง Utoro Onsen

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 ตอนค่ำ

ตอนที่แล้ว ผมเดินทางมาถึงเมืองอุโทโระออนเซ็น ด้วยรถบัส และไปเช็คอินที่ Minshuku Ishiyama และพักผ่อนกันพอสมควรแล้ว คราวนี้ก็ไปงานเทศกาลธารน้ำแข็งกัน~

อีเวนท์ฤดูหนาวในอุโทโระออนเซ็น งาน Shiretoko Drift Ice Festival จัดขึ้นในปี ค.ศ.2017 เป็นครั้งแรก เพื่อมาแทนงาน Aurora Fantasia ที่เพิ่งจะจบลงไป
งานเริ่มมีตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2017

งานแห่งนี้มีจุดจัดกิจกรรมทั้งหมดสองจุด ได้แก่
Blue Stage: จัดที่อุโมงค์ด้านหลังของหิน Oronkoiwa แถวๆ กลางเมือง Utoro Onsen ในจุดนี้จะมีการจัดแสดง lightup หินภูเขาแถวๆ นั้น แล้วก็มีฉายไฟใต้ธารน้ำแข็งด้วย
Green Stage: จัดในบริเวณตั้งแคมป์ของอุทยานแห่งชาติชิเระโตโกะ ในจุดนี้มี่การเก็บค่าเข้า 500 เยน แต่ก็มีกิจกรรมให้ทำมากกว่า Blue Stage ด้วย เช่น ฟรีเครื่องดื่มร้อนหนึ่งแก้ว, จุดผิงไฟหลายจุด, บาร์ที่ทำจากน้ำแข็ง, ฉายภาพนิ่งทิวทัศน์ในฤดูต่างๆ ของชิเระโทโกะ, เปลกลางแจ้งสำหรับนอนดูดาว, โดมน้ำแข็ง เป็นต้น

โดยจะมีรถเวียนคอยให้บริการระหว่าง Blue Stage, Green Stage, และโรงแรมต่างๆ ในอุโทโระออนเซ็น

เดินออกมาจากที่พัก ผมมองลงไปที่พื้น ก็เห็นเกล็ดหิมะระยิบระยับไปตลอดทางเลย ถ่ายรูปมาด้วย แต่อาจะดูยากหน่อย

รถที่จอดอยู่ข้างทางก็มีหิมะกองอยู่บนรถสูงพอสมควร นี่เขาหนีอากาศหนาวไปยังเมืองอื่นๆ กันหรือเปล่านะ

มองออกไปยังทะเลที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง และถูกหิมะหนาๆ ปกคลุมอยู่ด้านบน อยากจะลองลงไปว่ายน้ำในทะเลน้ำแข็งดูจริงๆ

ระหว่างที่เดินไปยังกลางเมือง สองข้างทางก็เงียบสงบ นานๆ ทีถึงจะมีรถแล่นผ่านมาสักคันหนึ่ง

ถึงแม้หิมะจะตกหนา แต่ก็ยังสามารถเดินได้โดยง่าย เพราะมีรถกวาดหิมะช่วยทำทางเดินให้

เห็นมีการวาดรูปบนหิมะเล่นด้วย อันนี้เดาว่าน่าจะเป็นเด็กวาดเล่น

ผมก็เลยเขียนเล่นบ้าง แหม่ หิมะเนียนๆ กองหนาๆ แบบนี้ เห็นแล้วชักอยากลองกระโดดเข้าไปจัง~

เมื่อเดินเข้ามาถึงตัวเมืองก็พบว่าร้านอาหารส่วนใหญ่ก็ปิดกันไปแล้ว แม้แต่ร้านที่วางแผนเอาไว้ว่าจะมากิน ก็ไม่ได้เปิดอยู่ ที่เห็นเปิดอยู่แน่ๆ ก็คือร้านสะดวกซื้อนี่แหละ ลองเดินต่อไปอีกหน่อยก็เจอร้านนี้ เหมือนจะเป็นร้านอาหารทะเลสินะ แต่ก็กลัวราคาจะแพงอยู่เหมือนกัน แต่ในเมื่อไม่เห็นร้านอื่นๆ ที่เปิดอยู่ เอ้า เข้าก็เข้า

แต่เอ๊ะ เข้ามาแล้ว ร้านเหมือนปิดอยู่เลย เหมือนจะไม่ได้เปิดขายอยู่เหรอ?

โชคยังดี เข้ามาสักพักก็เจอคุณยายมาต้อนรับ แล้วก็ส่งเมนูอาหารมาให้ โชคดีอีกอย่าง ที่ร้านนี้มีเมนูข้าวหน้าต่างๆ และเป็นเมนูภาษาอังกฤษด้วย! ฟิ้ว รอดตายแล้ว~ มีของที่ทานได้ง่ายๆ แต่อิ่มท้อง โดยที่ราคาก็ไม่แพงด้วย รอดไปหนึ่งมื้อ

ผมก็เลยสั่งข้าวหน้าหมูทอดราดไข่ไปหนึ่งชาม มีผักดองและซุปมิโสะมาให้ด้วย

เครื่องเยอะดี มีทั้งไข่, หัวหอม, และสาหร่ายโรยหน้า

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็เดินต่อไปยัง Blue Stage

เดินผ่านหินก๊อดซิลล่า (ゴジラ岩 Gojiraiwa) ที่เขาตั้งชื่ออย่างนี้ก็เพราะ มันมีรูปร่างคล้ายก๊อตซิลล่านั่นเอง

เดินจากหินก๊อตซิลล่ามาก็จะเจอกับหิน Oronko (オロンコ岩 Oronkoiwa) เป็นก้อนหินขนาดใหญ่ อยู่เกือบจะปลายสุดของแหลมใกล้ๆ เมืองอุโทโระออนเซ็น ซึ่งเราสามารถเดินจากพื้นดินขึ้นไปด้านบนของหินได้ด้วย เมื่อมองลงมา จะเห็นวิวของเมือง

Blue Stage ต้องเดินลอดอุโมงค์ไปโผล่อีกด้าน

ตารางเวลาของรถเวียน มีทุกๆ 15 นาที

ตอนเดินในอุโมงค์สัมผัสได้ว่าลมแรงเหมือนกัน

โผล่ออกมาอีกด้าน ก็ถึงแล้วครับ Blue Stage

จุดนี้จะมีการ lightup หินแถวๆ นี้ แล้วก็เปลี่ยนโทนสีไปเรื่อยๆ มันก็ดูสวยดี เป็นวิวแปลกๆ ที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกันบ่อยๆ

ในบริเวณนี้ จะมีคนดูและอยู่แค่คนสองคน ซึ่งจะทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย และช่วยโบกรถให้ผู้เข้ามาชม

แหล่งที่มาของแสง ก็มาจากสปอตไลท์ตรงนี้เอง

มีการฉายแสงไฟลงไปยังใต้น้ำด้วย เห็นเขาเคลมว่าที่นี่เป็นที่แรกของโลกที่มีการจัด lightup ธารน้ำแข็งแบบนี้ ก็ให้ๆ ตำแหน่งนี้เขาไป ฮาาา

บริเวณ Blue Stage มีพื้นที่ไม่มาก ก็เลยเดินดูหมดได้ภายใน 10 นาที หลังจากนั้นก็เดินกลับมายังจุดจอดรถเวียน เพื่อขึ้นรถไปต่อ

รถเวียนแวะรับส่งผู้โดยสารที่โรงแรมแถวๆ นั้นสักครู่ แล้วก็นำเราไปยัง Green Stage

จากทางเข้า ต้องเดินเข้าไปอีกหน่อย ตอนนี้ก็ยังมีหิมะตกลงมาเรื่อยๆ ทั้งคืน แถวๆ นี้มืดไปหน่อยแฮะ

กระโจมไฟสำหรับให้ความอบอุ่นในคืนอันหนาวเหน็บ

พอเดินใกล้ถึงบริเวณจัดงาน ก็เริ่มเห็นแสงไฟมากขึ้นๆ

จ่ายค่าเข้างาน 500 เยน แล้วก็ได้รับคูปองเครื่องดื่มร้อนฟรีมาหนึ่งแก้ว ซึ่งมีให้เลือกระหว่างช็อคโกแลตร้อน กับไวน์แดงร้อน ผมเลือกช็อคโกแลตร้อนฮะ

เต็นท์นี้มีการฉายภาพนิ่งแสดงถึงธรรมชาติของฮอกไกโดตามฤดูต่างๆ และมีวิทยากรคอยให้ความรู้ไปด้วย

เปลสำหรับนอนเล่นดูดาว

สถาปัตยกรรมโดมน้ำแข็ง อยากรู้จริงๆ ว่าเขาทำให้อย่างไรนะ ค่อยๆ เทน้ำลงโครงไปเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มแข็ง แล้วเกาะที่ผิวจนหนาขึ้นๆ หรือเปล่า

อิกลูพลาสติกที่ช่วยบดบังความหนาวจากภายนอก และมีเครื่องทำความร้อนอยู่ด้านใน

แล้วตรงนั้น…. มีอะไรน่ะนั่น?

โอ้! มันคือบาร์น้ำแข็ง ต้องลองเดินเข้าไปดูสักหน่อย

ต้องบอกไว้ก่อนว่าข้างในแสงไม่สว่างพอ ทำให้ถ่ายรูปด้วยกล้องมือถือยากหน่อย และตรงส่วนบาร์ก็มีคนอยู่ด้วย เลยเกรงใจ ไม่ได้ถ่ายรูปมาเยอะครับ

ออกมาเจอมุมให้นั่งผิงไฟอีกละ ตรงนี้จะมีคนเอาเครื่องดื่มร้อนมาต้มดื่มกันด้วย

มีการไลท์อัพต้นไม้แถวๆ นั้นด้วย

หลังจากเดินชมงาน Driftice Fest เสร็จ ก็ได้เวลาเดินทางกลับที่พัก แต่แถวนี้ไม่ค่อยมีแท็กซี่ด้วยนี่สิ ผมเลยตัดสินใจนั่งรถเวียนกลับไปยัง Blue Stage และแวะซื้ออาหารเช้าสำหรับพรุ่งนี้ที่ร้านสะดวกซื้อซะเลย แล้วก็เดินกลับที่พัก ระหว่างที่เดินไปก็มีหิมะตกลงมาด้วย สังเกตดูแล้ว เกล็ดหิมะค่อยร่วงลงมาช้าๆ ดูสวยทีเดียว เลยถ่ายวิดิโอมาฝากด้วยฮะ

อีกอย่างนึงที่อย่างจะเล่า ในขณะที่เดินกลับที่พักท่ามกลางหิมะอยู่นั้น ผมเห็นสุนัขจิ้งจอกด้วย! เจอหนึ่งตัว เห็นเดินนำหน้าอยู่ห่างกันประมาณไม่ถึงร้อยเมตร อยากจะเข้าไปใกล้ๆ เพื่อถ่ายรูป แต่ก็กลัวมันจะหนีไป เลยเดินทิ้งระยะเอาไว้ เดินตามอยู่สักพักมันก็เดินเลี้ยวไปยังถนนอื่น จริงๆ ก็เห็นมาหนึ่งรอบตอนนั่งรถเวียนแล้วหละ แต่ไม่คิดว่าจะได้เจออีก

พอกลับมาถึงโรงแรมก็พักผ่อน เตรียมผจญภัยต่อในวันพรุ่งนี้ครับ ที่พักเป็นห้องแบบญี่ปุ่น มีฟูกให้สองชุด ในห้องไม่มีห้องน้ำอยู่

ตอนหน้าสนุกแน่นอน!

ข้อมูลเพิ่มเติม & ข้อมูลบางส่วนจาก
Shiretoko Drift Ice Festival 2017 (Japanese)
Kaninoya’s Website (Japanese)
Kaninoya on Tabelog

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

%d bloggers like this: