ทัวร์แมวจร~Japan 8.09: ทานสเต็ก เคียงคู่กับสลัดบาร์ เครื่องดื่ม และข้าวแกงกะหรี่ไม่อั้น ที่ร้าน Victoria Station

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 ตอนเที่ยง

หลังจากกิจกรรมเดินเล่นบนทะเลน้ำแข็งจบลงไปได้ไม่นาน พวกผมก็ออกจากสำนักงานทัวร์แห่งนั้น ไปยังท่ารถ เพื่อรอขึ้นรถเดินทางกลับอะบะชิริ

ท่ารถวันนี้ ข้างในเงียบสงบ ไม่มีพนักงานอยู่เลย แต่มีตู้ขายเครื่องดื่มอัตโนมัติอยู่ ก็เลยซื้อโกโก้ร้อนมาดื่มไปพลางๆ

อันนี้คือโปสเตอร์โปรโมทเทศกาล Driftice Fest ที่ผมไปมาเมื่อคืนนี้ ดูจากรูปมันก็สวยดีนะ แต่พอไปดูบรรยากาศจริง รู้สึกว่ามีความต่างกันหน่อย

ส่วนอันนี้เป็นแผนที่แนะนำสถานที่เที่ยวทางฮอกไกโดตะวันออก บริเวณจังหวัดโอโฮทสก์ ถ้ามีเงินและเวลามากกว่านี่ก็อยากจะเที่ยวให้ได้ทั่วๆ อะนะ

รถเมล์มาถึงแล้ว ก็ขึ้นรถกลับได้ มองออกจากหน้าต่างรถ ไปดูทะเลที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็งเป็นครั้งสุดท้าย ลาก่อนอุโทโระออนเซ็น

ใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมง ก็กลับมาถึงอะบะชิริ

ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ก็เช็คอินเข้าโรงแรมเลยละกัน หลายๆ ตอนก่อน ที่ผมอยู่ในอะบะชิริ มีใครจำอาคารสีเขียวๆ หลังนี้ได้มั้ย ที่นี่แหละ โรงแรมที่เราจะพักกันในอะบะชิริ ชื่อ Abashiri Green Hotel ที่นี่ก็พักแบบห้องเปล่าเหมือนเคย เพราะดูแผนที่แล้วว่าใกล้ๆ สถานีมีร้านอาหารอยู่ ถึงแม้ร้านอาหารแถวนี้จะปิด แต่ก็ยังมีร้านสะดวกซื้อและร้านข้าวหน้าเนื้อสุคิยะอยู่หน้าสถานีรถไฟอยู่ ไม่มีวันอดตายแน่นอน

และอีกหนึ่งเหตุผลที่พักแถวนี่ เพราะว่ามีร้านอาหารที่จะมาลองอยู่ใกล้ๆ พอดีครับ นี่ก็บ่ายสองแล้ว ยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงเลย ทานแค่ของเบาๆ ตอนมื้อเช้าไปละ หาอะไรหนักๆ ทานดีกว่า

ร้านที่จะพามาทานตอนเที่ยงนี้ คือร้านชื่อ Victoria Station (ヴィクトリア ステーション) ครับ เป็นร้านที่ขายสเต็กและเนื้อฮัมบากุ (เนื้อวัวบด ปั้นเป็นก้อน แล้วเอามาย่าง) ที่มีสาขาอยู่เฉพาะบนเกาะฮอกไกโด นอกจากเมนูสเต็กแล้ว ก็ยังมีสลัดบาร์ ซุป ข้าว และแกงกะหรี่ ให้ทานได้ไม่อั้นด้วยครับ

ลองถ่ายรูปเมนูมาให้ดู อาห์ ช่างน่ากินจริงๆ มีเมนูพิเศษสำหรับมื้อเที่ยงในแต่ละวันด้วย ราคากำลังดี เราสามารถเลือกจะทานเฉพาะสเต็กอย่างเดียว หรือเพิ่มเงินอีก 500 เยน เพื่อทานสลัดบาร์ไม่อั้น และ 200 เยน เพื่อทานบาร์เครื่องดื่มได้ไม่อั้นด้วย

เหมือนตอนนี้จะมีเมนูซุปร้อนๆ ให้ทานในฤดูหนาวพอดี เป็นเมนูเนื้อวัวกับฮัมบากุในซุปสุกี้ หรือซุปชิเกะ (ซุปสไตล์เกาหลี) งั้นลองสั่งซุบชิเกะดีกว่า

หลังจากสั่งอาหารแล้วก็ได้เวลาไปตักอาหารและเครื่องดื่มจากบาร์ ที่มีบริการไม่อั้น มาเริ่มกันที่สลัดบาร์ มีผักสลัดกว่า 20 ชนิดเลย และมีพาสต้าด้วย

ระหว่างที่กำลังจะก้มลงไปตักสลัดนั้น ก็ไปสะดุดตากับกระดาษขาวๆ ที่ตั้งอยู่ด้านใน ซึ่งบอกถึงวัตถุดิบต่างๆ ที่ถูกเอามาใช้ในร้านนี้ ว่ามาจากประเทศไหน เนื้อวัวส่วนใหญ่จะนำเข้ามาจากอเมริกาหรือออสเตรเลีย แต่ในส่วนของเนื้อไก่กับข้าวโพดนั้นนำเข้ามาจากประเทศไทยครับ!

ในส่วนของข้าวนั้น ก็มีข้าวขาว และข้าวอบสมุนไพร แต่ที่เด็ดคือแกงกะหรี่นี่แหละครับ รสชาติอร่อยดี และตักได้ไม่อั้น~

สำหรับบาร์เครื่องดื่มก็มีให้เลือกทั้งน้ำอัดลม, น้ำผลไม้, ชาหลายชนิดให้เลือก, กาแฟร้อนเย็น แน่นอนว่ามีน้ำเปล่าด้วย

ส่วนซุปก็มีสองชนิด วันนี้เป็นซุปมะเขือเทศ และซุปข้าวโพด

ระหว่างรอสเต็กนี่ก็ตักของกินกันมันส์เลย อันนี้บาร์อาหารรอบแรกของผมครับ ข้าวอบสมุนไพร ทานคู่กับแกงกะหรี่ช่างสุดยอด

อันนี้สเต็กของพี่ที่มาด้วย เป็นฮัมบากุ, สเต็กไก่, และหมูชุบเกล็ดขนมปังทอดชิ้นเล็ก

รออีกสักพัก ในที่สุด ซุปชิเกะที่ผมสั่งไว้ก็มาเสิร์ฟแล้ววว เขาใส่ซุปและเนื้อต่างๆ มาบนแผ่นกระดาษหนาๆ เลยครับ ไม่ได้เอาใส่ชาม อัดแน่นไปด้วยฮัมบากุ, เนื้อวัว, ไข่ไก่, เต้าหู้ และผักต่างๆ รสชาติมีความเผ็ดเล็กน้อย ทำให้ทานได้เรื่อยๆ เหมาะกับวันอากาศหนาวมากครับ

พออิ่มอร่อยกับอาหารจานหลักกับบาร์ไปแล้ว ก็ได้เวลาสั่งของหวานมาปิดท้าย พาร์เฟต์นี่มันช่างน่ากินซะจริงๆ ทั้งแบบช็อคโกแลตและชาเขียวเลย คราวนี้ขอเลือกพาร์เฟต์ชาเขียวขนาดเล็กละกัน

หันอีกด้านมาให้ดู ให้เห็นว่ามีอะไรอยู่ในพาร์เฟต์ถ้วยนี้บ้าง รู้สึกจะมีทั้งหมดเจ็ดอย่าง ได้แก่ ไอศครีมชาเขียว, ซอสชาเขียว,แป้งดังโงะสีขาว,เกล็ดชนมปัง,ถั่วแดงแบบเม็ด, ถั่วแดงบด, และเยลลี่ชาเขียว

ปลายช้อนไอติม เหมือนจะออกแบบมาให้เป็นคล้ายๆ ส้อม ช่วยในการตักพาร์เฟต์สินะ

ก็เป็นอันอิ่มอร่อยเต็มที่ ทั้งข้าวแกงกะหรี่ สลัด และสเต็ก ในราคาไม่ถึง 2,000 เยนละครับ เดี๋ยวตอนหน้าจะไปเดินเล่นในเมืองอะบะชิริกันสักหน่อย

ข้อมูลเพิ่มเติม & ข้อมูลบางส่วนจาก
Victoria Station Menu (Japanese)
Victoria Station (Abashiri Branch) on Tabelog (English)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

%d bloggers like this: