ทัวร์แมวจร~Japan Special 03: เที่ยวตามรอยสโนว์มิคุ 2017 ในตัวเมืองซัปโปโร

สวัสดีครับ ทัวร์แมวจรภาคพิเศษครับ

มาตอนนี้ ผมจะพาไปชมอีเวนท์สโนว์มิคุในจุดต่างๆ ในตัวเมืองซัปโปโรกันบ้าง ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่าตอนนี้มีรูปเยอะครับ

เผื่อใครอยากจะทบทวนการเดินทางตามรอยตั้งแต่ต้น ตามอ่านได้จากสองลิงค์นี้ครับ
ทัวร์แมวจร~Japan Special 01: แนะนำให้รู้จักสโนว์มิคุ 2017
ทัวร์แมวจร~Japan Special 02: เที่ยวตามรอยสโนว์มิคุ 2017 ในสนามบินชินจิโตเสะ

ก่อนอื่น มาดูแผนที่คร่าวๆ ของตัวเมืองซัปโปโรกันก่อน ว่ามีสิ่งที่เกี่ยวกับสโนว์มิคุ 2017 อยู่ตรงไหนบ้าง ด้านบน ตรงกลางของแผนที่ (แถวๆ หมายเลข ➓) เป็นสถานีรถไฟใต้ดินซัปโปโร

➍ Sapporo Factory (サッポロファクトリー)
Sapporo Factory เป็นศูนย์รวมแหล่งช็อปปิ้งและบันเทิงที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองซัปโปโร เมื่อก่อน พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของโรงผลิตเบียร์แห่งแรกของญี่ปุ่น มาในปัจจุบัน ก็ยังมีโซนเล็กๆ ที่จัดเกี่ยวกับการผลิตเบียร์เอาไว้ให้ได้ชม และสามารถชิมเบียร์ได้ด้วย แต่นี่เราไม่ได้มาเพื่อดื่มเบียร์นี่นะ

การเดินทางมา Sapporo Factory ที่สะดวกที่สุดมีสองวิธีด้วยกัน วิธีแรกคือ ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line มาลงที่สถานี Bus Center Mae แล้วเดินไปทางทิศเหนือประมาณ 5 นาที

อีเวนท์สโนว์มิคุ 2017 จัดที่ Sapporo Factory เมื่อวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2017 มีจัดอีเวนท์อยู่สามโซนด้วยกัน
4.1. Sapporo Factory Hall (サッポロファクトリーホール) เป็นอาคารอิฐแดง ความสูงสองชั้น ใช้สำหรับจัดอีเวนท์เป็นหลัก เวลาอีเวนท์ 10:00-18:00 น. ค่าเข้าชม 500 เยน ถ้าจ่ายค่าเข้าชมแล้ว จะได้รับพวงกุญแจสโนว์มิคุ 2017 มาด้วยคนละหนึ่งอัน

ดูจากโปสเตอร์ แล้วคิดว่าน่าจะมาถูกที่ละ

จ่ายเงินเข้าไปแล้ว

ป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ด้านบน

ตู้กาชาปอง Hatsune Miku Swing Winter Edition (初音ミクスイング うぃんたあえでぃしょん) หยอดครั้งละ 300 เยน มีทั้งหมด 5 ตัว ได้แก่ เมโกะ, เลน, มิคุเวอร์ชั่นปกติ, สโนว์มิคุ 2012, และสโนว์มิคุ 2017

ตรงนี้เพิ่งเคยเห็นแฮะ Miku Symphony เหมือนจะเป็นการเอาเพลงดังๆ จาก Vocaloid มาบรรเลงเป็นวงดนตรีใหญ่ มีสินค้าขายด้วย

กองตุ๊กตาจากเหล่าแฟนคลับสโนว์มิคุ แต่ละคนที่เอามาเนี่ย มีเยอะกว่าของผมอีก

จุดขายสินค้าสโนว์มิคุ 2017 … กะแล้ว หมดไปหลายอย่างแล้วนะเนี่ย

แม้แต่ของตัวโชว์ก็ยังต้องถึงกับเอาออกมาขายเลย

ป้ายโฆษณาคอนเสิร์ต Magical Mirai ที่เป็นคอนเสิร์ตจากภาพฉายของฮัตสึเนะ มิคุ ดูเหมือนครั้งต่อไป จะจัดในเดือนกันยายน ค.ศ.2017

ด้านในสุดจะเป็นห้องมืดที่มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ มีการฉายเพลง Theme Song ของ Snow Miku 2017 ชื่อเพลง Star Night Snow ถือว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจดี ฉากด้านหน้าฉายมิวสิควิดิโอ ส่วนฉากด้านหลังฉายเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว และมีกลุ่มดาวเป็นภาพเคลื่อนไหวด้วย น่ารักดี

ออกมาจากห้องมืด มี ฟิกเกอร์มิคุกับลูกะขนาดเท่าของจริงตั้งโชว์อยู่

แล้วก็จุดจัดแสดงรูปวาดของสโนว์มิคุ 2017

ชอบลายเส้นของคนนี้มาก~

ไปกันต่อที่จุดที่สอง
4.2. Chimney Square (煙突広場)
แถวๆ ปล่องไฟ ที่มีโฆษณา Sapporo Beer ติดอยู่ บริเวณนี้เป็นพื้นที่ของรถยนต์ยี่ห้อไดฮัทสึสาขาฮอกไกโด ที่มี collaboration ร่วมกับสโนว์มิคุ มีการจัดแสดงรถยนต์สโนว์มิคุ และมีชุดแต่งรถขายด้วย

ดูข้างในนั่นสิ รู้สึกโอเคที่เรายังไม่ได้ลงหลุมสโนว์มิคุหนักขนาดที่ซื้อได้ขนาดนั้น

 photo DSC_2725.jpg

มีดอลด้วยวุ้ย วางไว้ข้างนอกกันอย่างไม่กลัวหายเลย

ไปกันต่อจุดที่สามครับ
4.3. Sapporo Factory Atrium (サッポロファクトリーアトリウム)
Sapporo Factory Atrium เป็นส่วนที่เป็นศูนย์การค้า สูง 5 ชั้น แต่ละชั้นมีร้านค้าอยู่มากมาย พื้นที่ตรงกลาง เว้นเอาไว้โล่งๆ เพื่อให้ความรู้ว่ามีพื้นที่กว้าง แล้วก็ใช้จัดอีเวนท์ได้เช่นกัน โซนนี้สามารถเดินดูได้สบายๆ ไม่มีการเก็บค่าเข้าชม เดี๋ยวเดินลงไปดูด้านล่างกัน

บูธของ Volks ที่ผลิตตุ๊กตา Dollfie Dream

ฮืออ ตุ๊กตาสโนว์มิคุ 2017 สวยมาก~

ของรินกับเลน ที่จะออกในปี 2017 ก็มี

เจอจุดจัดแสดงเน็นโดรอยด์อีกที่นึงละ นึกว่าจะมีแค่ใน Snow Miku Sky Town

เน็นโดรอยด์สโนว์มิคุ 2017, พวงกุญแจรูปดาวที่เห็นนี่แหละครับ ที่แจกตอนจ่ายเงินเข้าชมงานใน Sapporo Factory Hall

เน็นโดรอยด์สโนว์มิคุ 2016 เอาปุยขาวๆ มาตกแต่ง และจัดท่าให้เหมือนกำลังเล่นกีฬาฤดูหนาวอยู่

เน็นโดรอยด์สโนว์มิคุ 2015 ดูเหมือนฐานจะต่างไปจากรุ่นอื่นๆ เลย

เน็นโดรอยด์สโนว์มิคุ 2014

เน็นโดรอยด์สโนว์มิคุ 2012 และ 2013

เน็นโดรอยด์สโนว์มิคุ 2010 (ซ้าย) และ 2011 (ขวา) ที่ผมเคยบอกว่าถ้าไม่สังเกตดีๆ จะไม่เห็นความแตกต่าง อันนี้น่าจะเห็นได้ชัดกว่าที่ Snow Miku Sky Town: ปี 2011 จะมีฐานเป็นสี่เหลื่ยม, มีผ้าพันคอ, และมีหูฟังในรูปของที่ปิดหู

มีตัวอย่างเพลงให้ฟังด้วย

นอกจากจะมีอีเวนท์แล้ว ร้านอาหารและร้านขนมต่างๆ ก็มีเมนูพิเศษที่เกี่ยวกับสโนว์มิคุ 2017 ด้วย มีตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม ถึง 12 กุมภาพันธ์ 2017 วันสุดท้าย ก็คือวันที่ผมไปพอดีเนี่ยแหละ!

เรียบร้อย ได้เวลาเดินทางไปจุดต่อไป

➎ Sapporo Snow Festival Odori Site 11th block
เรามากันที่ เทศกาลหิมะซัปโปโร ครั้งที่ 68 เป็นงานอีเวนท์ฤดูหนาวงานหนึ่งในญี่ปุ่นที่มีจำนวนผู้เข้าชมสูงมาก ในงานจะมีรูปแกะสลักหิมะต่างๆ อยู่ โดยที่ของสโนว์มิคุ จะอยู่ที่บล็อกที่ 11 บล็อกเดียวกับที่มีจัดประกวดแกะสลักรูปปั้นหิมะนั่นแหละ แต่โซนของสโนว์มิคุ 2017 จะอยู่ด้านหลัง ซึ่งอยู่แถวๆ นี้มาตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว

การเดินทางมาที่บล็อกที่ 11 ทำได้สองวิธี
1. ลงรถไฟที่สถานีรถไฟใต้ดินโอโดริ แล้วเดินมาที่บล็อก 11 จะได้เดินชมเทศกาลหิมะอย่างทัวถึง และอาจจะได้แวะซื้ออะไรทานไปด้วย หรือ
2. จากสถานีรถไฟใต้ดินโอโดริ ต่อรถไฟสาย Tozai Line มาลงที่สถานี Nishi Juuicchome ก็ได้ สำหรับคนที่ขี้เกียจเดิน

จริงๆ ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ผมใช้นะ คือ ออกจาก Sapporo Factory (จุดที่ ➍) แล้วเดินยาว ผ่าน Sapporo TV Tower มาถึงบล็อกที่ 11 เลย ฮ่ะๆ เดินไกลน่าดู

มาในรูปแบบที่คล้ายๆ เน็นโดรอยด์เลย น่ารัก

กว่าจะแกะสลักมาได้แบบนี้ คงจะยากน่าดู

ถึงแม้จะดูเทียบกับรูปแบบที่วาดเอาไว้แล้วยังไม่ค่อยจะเป๊ะเท่าไหร่… เหมือนตอนกลางคืนจะมีไลท์อัพประกอบเพลงธีม Star Night Snow ด้วยแหละ แต่ผมไม่ได้อยู่ดู

แน่นอนว่าจะต้องมีโซนขายของสโนว์มิคุ 2017 อยู่ด้วย

เอาล่ะ มาดูกันว่ามีอะไรขายบ้าง ไม่สิ… ต้องบอกว่า อะไรหมดไปแล้วบ้าง นี่ก็ sold out รัวๆ เช่นกันกับที่อื่นๆ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเริ่มขายตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2017 วันแรกที่มีเทศกาลหิมะเลย

นอกจาก Official Shop แล้วยังมีสินค้า collaboration ระหว่างเทศกาลหิมะซัปโปโร กับ สโนว์มิคุ 2017 ด้วย แต่ไม่ได้มีขายอยู่ที่ร้านนี้ครับ จะขายอยู่ที่ Official shop ของเทศกาลหิมะที่กระจายอยู่ตามบล็อกต่างๆ แต่เท่าที่ผมเดินไปสำรวจมา รู้สึกว่าจะเจอแต่สโนว์มิคุเวอร์ชั่นปกติแฮะ ของเวอร์ชั่น 2017 รู้สึกจะขายหมดไปแล้ว ว่าจะจองผ่านร้านออนไลน์ก็จองไม่ทัน …

จากตรงนี้ จริงๆ แล้ว ทัวร์แมวจรครั้งที่ 8 จะเริ่มออกเดินทางไปเที่ยวบริเวณฮอกไกโดตะวันออก แล้วกลับมาที่ซัปโปโรอีกครั้งในช่วงท้ายๆ ของทริป แต่เพื่อความต่อเนื่องในการเล่าเกี่ยวกับสโนว์มิคุ 2017 ผมเลยขอข้ามช่วงเที่ยวไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะกลับมาเก็บทีหลัง

จุดอื่นๆ จะเริ่มกระจุกตัวกันอยู่แถวๆ ย่านช็อปปิ้ง บริเวณระหว่างสถานีรถไฟใต้ดินโอโดริ กับสถานีรถไฟใต้ดิสุสุคิโนะ
➏ MIRAI.ST Cafe & Kitchen (ミライスト カフェ&キッチン)
เป็นคาเฟ่และร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในศูนย์รวมความบันเทิง Norbesa (ノルベサ) ชื่อร้านมีความหมายถึงถนนไปสู่อนาคต จากคำว่า 未来 (mirai) ที่แปลว่าอนาคต และ St. ที่เป็นคำย่อของคำว่า Street เป็นคาเฟ่ที่มีการรวมกันระหว่างโลกแห่งความจริง (หมายถึงตัวคาเฟ่) และโลกเสมือน (หมายถึงสื่อทางอินเตอร์เน็ต) ที่นี่ พยายามที่จะให้เป็นสถานที่ที่จะรวมศิลปินทางด้านการออกแบบ, อาหาร, ดนตรี, และ IT มาไว้ด้วยกัน จากสถานีรถไฟใต้ดินสุสุคิโนะ ก็เดินมาศูนย์การค้า Norbesa เพียง 3 นาทีเท่านั้น

รูปด้านหน้าร้าน

ที่นี่กำลังมีเมนูที่ร่วมกับสโนว์มิคุ 2017 อยู่ ถ้าสั่งเมนูเหล่านี้ จะได้สิทธิ์จับสลากเข็มกลัดสโนว์มิคุ 2017 เมนูละครั้งด้วยหละ มีตั้งแต่วันที่ 1-19 กุมภาพันธ์ 2017, ผมสั่งไปสองเมนู ได้จับเข็มกลัดสองอัน ตอนแรกคิดไว้ว่าจะได้เข็มกลัดลายสโนว์มิคุและกระต่ายยูคิเนะอย่างละอัน หรือได้ลายสโนว์มิคุทั้งสองอัน… แต่โชคร้าย ได้ลายกระต่ายยูคิเนะมาทั้งสองอันเลย ฮื้อออออ

รอรับเครื่องดื่มตรงนี้ ขวดไวน์นั่นผมเฉยๆ แต่ขอป้ายนี่กลับบ้านได้มั้ยครับ ฮ่ะๆ

โอเค ระหว่างรออาหารและเครื่องดื่ม ก็ไปเดินดูสินค้าในร้านสักหน่อย

ด้านซ้ายสุด มีสินค้าเกี่ยวกับฮัตสึเนะ มิคุ ขายด้วย

ตรงนี้เป็นกาชาปองจาก Snow Miku Sky Town เป็นตัวปั๊มของตัวละครจาก Vocaloid ฟีเจอร์ริ่งกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในซัปโปโร

มาดูในส่วนของ Official Goods ของสโนว์มิคุ 2017 กันบ้าง ที่นี่ยังมีพวกถุงช็อปปิ้ง, แฟ้มใส, คุกกี้, เทป, เข็มกลัดขายอยู่ ดูเหมือนจะมีที่ห้อยมือถือลายสโนว์มิคุ 2016 เหลืออยู่ด้วย

เครื่องดื่มมาแล้ว อันนี้ชื่อเมนูว่า Twinkle Blue (トゥインクルブルー) เป็นน้ำหวานสีฟ้า ด้านบนเป็นเวอร์จิ้นโมจิโต้ (น้ำเชื่อมผสมกับน้ำมะนาว แบบไม่มีแอลกอฮอล์) ที่ขอบแก้วมีเกล็ดน้ำตาลอยู่ ให้ดูเป็นเกล็ดระยิบระยับ ถ่ายคู่กับเข็มกลัดที่ได้มาซ้ำ ฮือออออ

อาหารจานหลัก ชื่อ Neginegi Cream Pasta (ねぎねぎクリームパスタ) เป็นพาสต้าเส้นแบน ราดด้วยครีมซอสต้นหอมผสมเบค่อน รสชาติโดยรวมออกเค็มๆ จากเบค่อน มาตัดกับความหวานของเครื่องดื่ม Twinkle Blue ได้เป็นอย่างดี

มาดูร้านอื่นๆ ในศูนย์การค้า Norbesa ที่มีอีเวนท์กับสโนว์มิคุ 2017 กันบ้าง

ที่ชั้น 5 ของ Norbesa จะมีเกมเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ชื่อ SD Sky Dinos (スカイデイノス) มีโปรโมชั่น Happy Yukimiku Matsuri มีแจกคูปองต่างๆ เช่น เล่นเครนเกมได้ฟรีหนึ่งครั้ง หรือถ้าหยอดเหรียญ 500 เยนเพื่อเล่นเครนเกม จะได้เล่น 9 ครั้ง จากปกติ 6 ครั้ง

อยากได้ผ้าห่มลายที่แปะอยู่ด้านหลังง่ะ

อยากได้กลับบ้านอีกแล้วววววว

แล้วดูตู้นี้สิดู๊! ผ้าห่มลายสโนว์มิคุ 2017 ไอเท็มลิมิตเต็ดเฉพาะในฮอกไกโด ไม่มีขาย จะได้จากการเล่นเครนเกมเท่านั้น มีสองลาย แต่ลายที่เป็น SD นี่น่ารักมากกกกก หายากมากกกก อยากด้ายยยยยย

เอาไว้ก่อนๆ ตอนนี้ไปที่ต่อไปก่อน ขึ้นไปที่ชั้นเจ็ดของ Norbesa แล้วจะพบกับ
➐ Noria Ferris Wheel (観覧車ノリア)
Noria เป็นชิงช้าสวรรค์บนอาคารแห่งแรกในฮอกไกโด คำว่า Noria เป็นภาษาสเปน แปลว่า ชิงช้าสวรรค์ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 45.5 เมตร และความสูงจากพื้นดินทั้งหมด 78 เมตร มีทั้งหมด 32 กระเช้า ใช้เวลาวนหนึ่งรอบประมาณ 10 นาที ขึ้นได้มากที่สุดกระเช้าละ 4 คน เปิดให้บริการตั้งแต่ 11:00-23:00 ในวันอาทิตย์ถึงพฤหัสบดี และเปิดถึงตีสามในวันศุกร์ เสาร์ และวันหยุดราชการ

ในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม 2016 ถึง 31 มีนาคม 2017 มีแคมเปญพิเศษ เป็นกระเช้าที่ตกแต่งด้วยลายสโนว์มิคุ 2017 ทั้งกระเช้า ราคา 800 เยน ถ้าขึ้นกระเช้านี้ จะได้รับโปสการ์ดที่ระลึกมาด้วยหนึ่งใบ

ซื้อตั๋วสิครับ รออะไร, ราคาปกติจะเป็นหนึ่งคน 600 เยน, สองคน 1200 เยน, สามคน 1800 เยน, และสี่คน 2000 เยน แต่สำหรับกระเช้าพิเศษ จะซื้อตั๋วแบบกลุ่มไม่ได้ ต้องซื้อแบบเดี่ยว

โปสการ์ดที่ระลึก

เห็นกระเช้านั่นมั้ย~

นั่นไงๆๆๆๆๆๆ ตกแต่งด้วยสโนว์มิคุและกระต่ายยูคิเนะทั้งกระเช้าเล้ยยยยย

พอชิงช้าสวรรค์เริ่มขึ้น ก็มีเปิดเพลง Star Night Show ไปพร้อมๆ กับการชมวิวของตัวเมืองซัปโปโร ในช่วงครึ่งหลังเป็นอีกเพลงหนึ่งที่ผมไม่รู้จักชื่อ

❽ Animate Sapporo
จุดที่แปด จะเรียกว่าร้านอนิเมทอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะตรงนี้เป็นอาคารที่มีร้านขายของอนิเมะอยู่ด้วยกันสามร้าน ได้แก่ Gamers, Animate, Melon books, และ Lashinbang ตรงนี้น่าจะเป็นคล้ายอากิฮาบาระขนาดย่อมในซัปโปโรก็ว่าได้ แม้แต่ตึกข้างๆ ก็ยังมีร้านหนังสือ Toranoana ด้วย ในอนิเมทมีโซน Official Goods ของสโนว์มิคุ 2017 อยู่ แต่ก็เหลือของไม่มากละ แต่ยังมีโปรโมชั่นซื้อครบ 1000 เยนแล้วแถมแฟ้มสโนว์มิคุ 2017, ส่วนร้านอื่นๆ ก็มีมุมสินค้าของ Vocaloid ขายกันเด่นเลยในช่วงนี้ อย่างในรูป ของร้าน Lashinbang จะเห็นว่ามีเน็นโดรอยด์สโนว์มิคุกับฟิกม่า 2017 อยู่ด้วย แต่ตัวนั้นเป็นตัวโชว์ล่ะ ไม่ได้เอาไว้ขาย

➒ Snow Miku 2017 Densha (雪ミク2017 電車)
จุดที่เก้า อาจจะมีคนงงว่าทำไมถึงมีอยู่สองที่ และทั้งสองที่ก็อยู่แถวๆ Nishiyonchome และ Susukino
เพราะว่า … เป็นป้ายรถราง และเป้าหมายของผมในจุดที่เก้าก็คือการถ่ายภาพรถรางสโนว์มิคุ 2017 นั่นเองครับ รถรางลายพิเศษ ที่ตกแต่งด้วยสโนว์มิคุรอบนอกทั้งคัน เริ่มออกมาวิ่งในตัวเมืองซัปโปโรตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ.2016 และจะให้บริการจนถึงวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ.2017, ให้บริการตั้งแต่เวลา 7:00 น. จนถึง 18:00 น. ในแต่ละวัน ค่าโดยสาร 170 เยน ตลอดสาย

สำหรับใครที่จะลองถ่ายรูปรถรางลายสโนว์มิคุ 2017 ละก็ ให้มาดักรอที่สองป้ายนี้ครับ: Nishiyonchome กับ Susukino เพราะเดินทางมาง่ายที่สุด เนื่องจากอยู่ๆ ใกล้กับรถไฟใต้ดินสาย Nanboku Line และบนเว็บของตัวเมืองซัปโปโรเองก็มีตารางเวลาบอกเลยด้วยว่ารถรางสโนว์มิคุจะผ่านมาที่สองป้ายนี้ในเวลากี่โมง กี่นาที ทำให้สามารถมาดักรอล่วงหน้าได้สักสิบนาทีครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในขณะนั้นด้วย รถรางอาจจะมาเร็วหรือช้ากว่าเวลาที่ระบุเอาไว้ในตารางประมาณ 5 นาที ก็กะเวลากันเอาไว้ครับ

การตามถ่ายรูปรถรางสโนว์มิคุ 2017 นี่ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่สนุกดีเหมือนกัน นอกจากดูตารางเวลาและมาดักรอแล้ว เมื่อรถรางเข้าสู่ป้าย ต้องรีบหาจุดที่จะถ่ายรูปได้สวยๆ เห็นได้ชัดทั้งขบวน ภายในเวลาจำกัด ก่อนที่รถรางจะออกจากป้ายด้วย บางทีก็โชคดีที่รถรางต้องหยุดรอสัญญาณไฟจราจรเช่นเหมือนกับรถคันอื่นๆ บนถนนด้วย ทำให้มีเวลาเพิ่มเติมในการถ่ายรูปครับ

แวะมาถ่ายรูปบ่อยจนเริ่มคิดว่าคนขับน่าจะจำหน้าเราได้แล้วมั้งเนี่ย ฮาาาา

ระหว่างรอ ก็เจอโฆษณาสโนว์มิคุขึ้นจอใหญ่ด้วย~

➓ Asian Winter Games 2017 Promotions
จุดที่ 10 คือบริเวณสถานีรถไฟ JR Sapporo และสถานีรถไฟใต้ดิน Sapporo ครับ เนื่องจากในช่วงที่ผมไป ในเมืองซัปโปโรกำลังจะมีการจัดกีฬาเอเชื่ยนเกมส์ฤดูหนาวขึ้นมาพอดี เลยมีโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานนี้ติดอยู่ในบริเวณสถานีเต็มไปหมด และสโนว์มิคุก็ได้เป็นหนึ่งใน PR ของงานนี้ด้วย

รูปภาพอาจจะไม่ค่อยมีความหลากหลายเหมือนกับสโนว์มิคุ 2017 สักเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้ผมหยุดถ่ายรูปได้หลายๆ ครั้งที่เดินผ่านหละ

ในทางเดินใต้ดินของซัปโปโร ก็มีบูธจากสปอนเซอร์มาตั้ง ค่อยแนะนำ และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวด้วย, ลายเส้นของ Nekosumi นั่ลลัก

มีบูธที่แนะนำถึงสินค้าพิเศษสำหรับงานกีฬานี้เช่นกัน

ไหนๆ ก็พูดถึงสถานีซัปโปโรแล้ว ขอให้คำแนะนำอะไรเพิ่มอีกนิด ในสถานีรถไฟ JR Sapporo จะมีร้านขายของฝากชื่อร้าน Kiosk อยู่ มุมหนึ่งของร้านจะมีสินค้าจาก Snow Miku Sky Town วางขายอยู่ด้วยครับ ใกล้ๆกับโซนขายสินค้าคาแรคเตอร์ของเจ้ากระรอกบินในบัตรเติมเงิน Kitaca ที่เป็นบัตร IC Card ที่ใช้กันในฮอกไกโด

อีกจุดหนึ่งที่ผมเห็นว่ามีสินค้า Snow Miku ขายอยู่ อยู่ในย่านช็อปปิ้งทะนุกิโคจิ แถวๆ ป้ายรถรางทะนุกิโคจิ จะมีร้านขายของฝากชื่อ Tanukiya อยู่ ที่ด้านหน้ามีตัวทะนุกิตั้งอยู่ ลองแวะไปดูกันได้ครับ

และอีกจุดหนึ่งที่ได้ยินมา ก็คือในร้านสะดวกซื้อ Lawson บางสาขาในซัปโปโรก็มีสินค้าสโนว์มิคุ 2017 ขายเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่ามีขายที่สาขาไหนบ้างนี่สิ ผมเองไปก็ไม่เจอเลย จนกระทั่งในคืนสุดท้ายก่อนกลับไทยนั่นแหละ ถึงจะเจอ

⓫ Volks Sapporo Showroom (ボークス札幌ショールーム)
จุดสุดท้ายที่จะพาไป ก็คือที่ โชว์รูมของบริษัท Volks ผู้ผลิตตุ๊กตา Dollfie Dream นั่นเอง ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน B2 ของอาคารที่ดูภายนอกเหมือนจะเป็นห้างสรรพสินค้าแบรนด์เนม แต่จำชื่อไม่ได้แฮะว่าชื่ออาคารอะไร แต่ก็อยู่ในบริเวณใกล้ๆ กับอนิเมทนั่นแหละ ต้องเดินลงไปที่ชั้น B2 ถึงจะเจอครับ อีกไม่กี่วันก็จะมีขายตุ๊กตาสโนว์มิคุ 2017 แล้ว

โอเค จบเรียบร้อย เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับทริปเที่ยวตามรอยสโนว์มิคุครั้งนี้ สำหรับผมแล้ว เหมือนกับได้มาตามความฝัน ได้ทำให้สิ่งที่ตัวเองอยากจะทำเลยล่ะ มีทั้งสมหวัง ผิดหวัง และสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดหลายอย่าง ใครที่มีประสบการณ์แบบนี้ หรือกำลังจะมี ก็เอาเล่าสู่กันฟังด้วยฮะ หรือใครที่ต้องการความช่วยเหลือในการแนะนำสนานที่ท่องเที่ยว ผมก็จะลองช่วยเท่าที่จะทำได้ครับ

แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าคร้าบ~ มิคู้ววววววว

ปล. ทายซินี่อะไร~

กรี๊ดดดดดดดด ในที่สุดก็เล่นเครนเกมจนได้มาแล้ววววววววว ผ้าห่มมิคุจ๊างงงงงงง

ข้อมูลเพิ่มเติม & ข้อมูลบางส่วนจาก
Snow Miku 2017 event @ Sapporo Factory (Japanese)
Snow Miku 2017 @ Sapporo Snow Festival (Japanese)
MIRAI.ST’s website (Japanese)
Snow Miku 2017 event @ MIRAI.ST (Japanese)
Norbesa’s website (Japanese)
Norbesa Noria & Snow Miku 2017 collaboration (Japanese)
Snow Miku 2017 Tram information on Snow Miku Official Website (Japanese)
Snow Miku 2017 Tram information on Sapporo Chuo Website (Japanese)
Volks Sapporo Showroom’s website (Japanese)
Asian Winter Games 2017 & Snow Miku Collaboration News (Japanese)

Leave a Reply